วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2565

Gout เกาต์ เมื่อ คุณต้องเรียนรู้ใหม่ และ Unlearn

Gout เกาต์ เมื่อ คุณต้องเรียนรู้ใหม่ และ Unlearn




 สมัยก่อน คำแนะนำ ที่เราพบทั่วไป คือ เป็นเกาต์  ห้ามกินสัตว์ปีก และ ยอดผัก

แต่ปัจจุบัน ความรู้เปลี่ยนไป  เกาต์ กินสัตว์ปีก และ กินผักได้  แทบทุกชนิด แต่

สิ่งที่ต้องห้ามคือ น้ำตาลฟรุคโตส  ที่อยู่ใน พวกน้ำตาลทราย หรือ ผลไม้หวานต่างๆ

และที่่รู้ๆ กันอยู่ ต้องงด  การดื่มสุรา หรือ เหล้า เบียร์ด้วย   จริงๆ หลักๆ คือ

งดน้ำตาลฟรุคโตส  และ แอลกอฮอล์ ต่างๆ หากที่สำคัญ  สิ่งที่หลายคนไม่รู้ก็คือ

เกาต์ เกิดจาก กรดยูริคที่ร่างกายเราสร้างเอง ถึง 67% ส่วนกรดยูริคที่เรากินมีgrup' 33%

โรคเกาต์ เป็นแล้ว ต้อง รักษา หากสนใจไม่รักษา ถึงตายได้เลย

ย้ำ โปรดอ่านอีกครั้ง เกาต์เป็นแล้ว ต้องรักษา ไม่รักษาถึงตาย

วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2565

ทำไมผมไม่ใช้ยา Favipiravir รักษาโควิด19

 ยา favipiravir กับ โรคโควิดแบบไทยๆ


ยา favipiravir ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะช่วยเรื่องการติดโรคโควิด 19 แต่อย่างใด

แม้แต่ ประเทศญี่ปุ่น ผูพัฒนายา favipiravir ก็ไม่อนุมัติให้ยา favipiravir

มาใช้รักษาโรค โควิด19   แม้แต่ อย อเมริกา หรือ อย ยุโรป ก็ไม่อนุมัติให้ยานี้

ย้ำ ยา favipiravir ไม่ได้รับการอนุมัติ จาก อมริกา ยุโรป หรือ ญี่ปุ่นว่า มัน

สามารถใช้รักษาโรคโควิดได้  มีแต่ ประเทศไทย แค่นั้นแหละที่ยอมให้ favipiravir

มาใช้ในการรักษาโรคโควิด19 และนี่คือเหตุผล ว่ายา favipiravir มันไม่ควร



3 เหตุผลที่ ไม่ควรใช้ favipiravir รักษาโควิด19

  1. มีงานวิจัย ยืนยันว่า ยา favipiravir  ไม่สามารถลดอัตราการตายของ ผู้ป่วยโควิด 19   หรือ ลด ความต้องการออกซิเจน ของผู้ป่วยโควิดได้ อ่านงานวิจัย คลิก นี่ คือ วารสาร วิจัยที่มีชื่อมากที่สุดในโลก Nature  https://www.nature.com/articles/s41598-021-90551-6
  2. ยา favipiravir  ไม่ได้รับการรับรอง จากองค์การอาหารและยา ใน อเมริกา ยุโรป อังกฤษ หรือ ญี่ปุ่น ในการรักษาโควิด 19  แต่รับรองยา Paxlovid ในการรักษา https://www.fda.gov/news-events/press-announcements/coronavirus-covid-19-update-fda-authorizes-first-oral-antiviral-treatment-covid-19
  3. ยาอีกตัว ที่ ใช้รักษาโควิด 19 คือ ยากลุ่ม   Monoclonal Antibody  

https://www.fda.gov/news-events/press-announcements/coronavirus-covid-19-update-fda-authorizes-new-monoclonal-antibody-treatment-covid-19-retains

วันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

ห้องยาเล็กๆ ของเรา

 ห้องยาเล็กอยู่กันสองคน

                           ที่โรงพยาบาลขอนแก่น 2 เป็นโรงพยาบาลเปิดใหม่  เปิดตั้งแต่ 14 กพ 59 มาถึงตอนนี้ก็ 6 ปี แล้ว  ตั้งแต่เดือน กุมภา 65 ที่ผ่านมา  ผม เอก  ภก.ศุภรักษ์ ศุภเอม ได้ทำหน้าที่ ดูแลห้องยานี้เต็มตัว  เริ่มโดยมี ผู้ร่วมงาน คือ น้องข้าวฟ่าง เด็กสาวจบใหม่  จาก มหาวิทยาลับแม่ฟ้าหลวง    ตอนนี้ที่ งานเวชกรรม โรงพยาบาลขอนแก่น  ได้มี เภสัชกร ลาออก 1 คน  และน้องยอด ก็ย้ายไปประจำที่ศูนย์แพทย์ชุมชนหนองกุง  ทำให้ที่นี่ มีคนทำงานเหลือแค่ 2 คน  แถม 1 คนยังเป็นน้องจบใหม่  ยังไม่คุ้นเคยกับระบบห้องยาที่นี่ กำลังคนที่ลดลง และ บุคลากรใหม่  แถมยังมีงานจ่ายยาให้ ผู้ป่วยโควิดที่เป็น Home Isolation อีก เรียกว่า  คนลด งานเพิ่ม มีน้องใหม่ เรียกว่า วิกฤตเล็กๆเลย 



      แต่สิ่งที่ผมต้องการ คือ ต้องทำให้ ห้องยา ขอนแก่น 2 มีผลงานที่ดีที่สุด  ถึงแม้ว่าคน เราจะน้อยไปหน่อยก็ตามที มันต้องมีทางดังนั้น  เราต้องวางระบบคุณภาพของงานระบบยาให้ดี  โดยร่วมจาก กระบวนการของงานหลัก  และ การจัดการความเสี่ยงที่สำคัญ ให้ได้ก่อน  มาเริ่มจาก กระบวนการหลักก่อน ใน ห้องยานี้ กระบวนการหลักของงานได้แก่

  1. การจ่ายยาให้ผู้ป่วย
  2. การเบิกจ่ายยา
  3. การเก็บรักษายา

ส่วน ความเสี่ยงที่สำคัญคือ

  1. ผู้ป่วยแพ้ยา หรือ เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยา จนเสียชีวิต
  2. ผู้ป่วยได้รับยาเกินขนาด จนเสียชีวิต
  3. ไม่มียาช่วยชีวิตใช้ในภาวะฉุกเฉิน
  4. จ่ายยาผิดคนจนทำให้ ผู้ป่วยเสียชนิด
  5. จ่ายยาผิดชนิด จนทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต


วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2563

สวัสดีครับ ผมเภสัชเอก เป็น เภสัชกรตำบลครับ

 สวัสดี ผู้อ่านทุกท่าน ผมเภสัชอก ครับ เป็น เภสัชกรตำบลโคกสี 

หน้าที่หนึ่ง ของ เภสัชกรตำบล คือ การออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วยบ่อยๆ 




ผม ทำงานใน พื้นที่ ตำบลโคกสี และ พื้นที่ใกล้เคียง ครับ  #เภสัชกรตำบล

ทำหน้าที่อะไรบ้าง  ส่วนหนึ่ง คือ การออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วย ในเขตครับ ที่นี่

 ปกติ เภสัชกรมักฉายเดี่ยว บางครั้ง ออกเยี่ยมบ้านร่วม ทีมงาน รพสต 


ภาพ ออกเยี่ยมบ้านผู้พิการ ร่วม กับผู้ป่วยเบาหวาน


บางครั้งออกกับ นักกายภาพบำบัด และ พยาบาลวิชาชีพ ที่ ส่วนมากฉายเดี่ยว 

เราใช้การเยี่ยมบ้าน บริบาลผู้แบบไหนบ้าง มาดูกัน ครับ มี เบาหวาน  หลอดเลือดสมอง 

วัณโรค มะเร็งระยะสุดท้าย พาร์กินสัน โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง เป็นต้น


น้ำตาลในเลือด
                                                              ระบบน้ำตาลสูงมากเจอบ่อย

                                                                    

  ปล. ขอบคุณคนไข้ ที่ ให้โอกาสผมทำงาน #หน้าที่ของเภสัชกร เมื่อเยี่ยมบ้าน มี

หลายอย่าง แต่ใน ขั้นต้น เภสัชกร ต้องไป ทำความรู้จัก คุ้นเคยกับผู้ป่วย  และ ญาติ  



ต่อมา ไปแก้ไข ป้องกัน ปัญหาจากยา ต่างๆ ที่มีมากมายมหาศาล ครับ

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2563

ท่าทาง และ ตำแหน่งที่เหมาะสมในการจ่ายยา ผู้ป่วย

 ข้อที่ 1 หากเลือกได้ อย่าให้ เภสัชกร อยู่แต่ในกรง มันดูเหินห่าง หมางเมินกับคนไข้มาก  มันดูแย่






ข้อ 2 อย่าให้คนไข้มาต่อแถวยาวเหยียด แบบเหมือน มารอรับส่วนบุญมันดูไม่ดี เลย และ ส่งผล ทำให้คนไข้ไม่กล้าพูดความจริง และ มัน ทำลายความเป็นส่วนตัว



ข้อ 3 เภสัชกร อย่า หลบแต่อยู่หลังเครื่องคิดเงิน หรือ สินค้าต่างๆ  บลาๆ  มันทำให้ เภสัชกร ดูอ่อนด้อย ไม่เป็น มืออาชีพ  ดู ไม่มั่นใจ 





ทางเลือกที่ถูก คือ เภสัชกร นั่ง ทำมุม 90 องศา กับผู้ป่วย หลีกเลี่ยงการนั่งประจันหน้ากัน เพราะดูไม่เป็นมิตร หรือ อาจจนั่ง ข้างๆ ผู้ป่วยก็ได้ โดย มีระยะห่างเล็กน้อย



กรณีเภสัชกร สามารถ  นั่ง ข้างๆ ผู้ป่วย ก็ ได้เช่นกัน ดูใกล้ชิดมาก ขึ้นอีก ด้วย  แต่อาจมีระยะห่างนิดหน่อย 





วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562

โคกสี ตำบลสุขภาพดี ทำสิ่งที่ยากให้เป็นไปได้

ผมเองครับ ภก.ศุภรักษ์ ศุภเอม  เภสัชเเอก เจ้าเก่า

ผมมีความฝันครับ อยาก สร้าง ดินแดนศักดิ์สิทธิ์

ประชาคม บ.หนองไหล


ดินแดน ใน ฝัน ผม เลือกที่นี่ ตำบลโคกสี อ.เมือง ขก

ผม จาก รพศ.ขอนแก่น 2 จะสร้าง ตำบลในฝัน

ตำบลที่ มีคนสุขภาพดีมากมาย ชาวบ้านมีความสุข

และ ผมเริ่มต้น ที่ ตำบลโคกสี เริ่มลงมือทำ

เภสัชเอก


ธันวาคม 2561 โคกสี ตำบลสุขภาพดี  โดย ความร่วมมือ ของ

รพสต.โคกสี และ รพ.ขอนแก่น 2 ครับ ผม

สาว สาว สาว

ทีมห้องยา ขอนแก่น 2 



วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ไม่ได้ยา ที่จำเป็น ต้องได้ เศร้าใจแท้

เรื่องจริงที่ อยู่คู่สังคมไทย เรื่องเศร้าที่จะอยู่ไปอีก หลายสิบปี

นี่คือ เรื่องจริง จะมีผู้ป่วยมากมาย นับหมื่นคน ที่ไม่ได้ยาที่จำเป็น

ไม่ใช่ เพราะ ผู้ป่วยยากจน ไม่ใช่ เพราะ ยาราคาราคาแพงเกินไป

แต่ เพราะยา นั้น ไม่มีระบบ กำกับดูแลที่ดี จึงเกิดเหตุการณ์ นี้ขึ้นมา

ยาจำเป็นต้องใช้ มียา มีเงิน มีข้อบ่งชี้ชัดเจน แต่ ผู้ป่วยไม่ได้ยา

ซวยแล้ว ผู้ป่วยคนนั้น นี่คือ ความพิการของระบบ การแพทย์ไทย

ความพิการ และ อัปลักษณ์นี่ จะอยู่ไป อีกนาน หากผู้มีอำนาจ

ไม่มาทำหน้าที่ ของตนเอง นี่ คือ บาป 7 ประการเรื่องยาที่ต้องรู้






1 ผู้ป่วยรูมาตอยด์ แต่ไม่ยารักษา รูมาตอยด์ แบบ DMARDs

2 ผู้ป่วยโรคหัวใจวาย แต่ไม่ได้ยารักษา หัวใจกลุ่ม ACEI

3 ผู้ป่วยความเสี่ยงสูงมากในการเกิดโรคหัวใจ อัมพาต แต่ไม่ได้ยาป้องกัน

4 ผู้ป่วยเบาหวาน ชนิดที่ 2 แต่ไม่เคยได้ยา metformin

5 ผู้ป่วยไตวาย และ โลหิตจางรุนแรง แต่ไม่ได้ยา EPO

6 ผู้ป่วยติดบุหรี่ รุนแรง แต่ไม่ได้ยาช่วยเลิกบุหรี่

7 ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบ แต่ไม่ได้ยาต้านไวรัส




เภสัชกร อย่างผม ไม่อาจ ทำเป็นไม่เห็นได้ ข้อมูลมีแล้ว

ในระบบ 43 แฟ้ม ข้อมูล ที่รายงานทุกเดือน ใค คือ ฮีโร่



วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2558

To be a better pharmacist

ผมจะมีเรื่องเล่า ให้ฟัง  2 เรื่อง เกี่ยวกับ การพยายาม สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้เภสัชกร



เคสแรกจาก ER หญิงชรา อายุ 82 ปี หอบเหนื่อย แพทย์ตามเภสัชกร มาสอน ใช้ยาพ่น MDI
ผมเองเดินไป ER เห็นผู้ป่วยนอนราบไม่ได้  ขาบวมทั้ง 2 ข้าง ผมซักอาการ หอบ
คนไข้ตอบว่า มีไอบ้าง เหนื่อยมาก หลังกินมะม่วงดอง 4 ผล ผมค้นดูประวัติที่น่าจะ
เข้าได้กับ asthma หรือ COPD แต่ไม่พบ ไม่ว่าจะเป็นภูมิแพ้ ลมพิษ หรือ สัมผัส
ควันบุหรี่ ไม่มีเลย ตรวจดู Chest X ray พบหัวใจโต ผู้ป่วยมีความดันโลหิตสูง และ
โรค RHD ผมค่อนข้างแน่ใจว่าไม่ใช่ asthma คนไข้น่าจะเป็น CHF มากกว่า ผมคุยกับ
แพทย์เรื่อง add enalapril และ ให้ lasix inj เมื่อคนไข้หายขาบวม วันถัดมาก็กลับบ้านได้

เคสสอง มา admit ที่ห้องยาตอนสายๆ ผู้ป่วยชายสูงอายุ  78 ปี ปัสสาวะแสบขัด ความดันโลหิตต่ำจนน่าเกลียด 90/60 mm Hg(ความดันเดิมๆ วัดได้ PR 113 bpm  อุณหมูมิ 37 องศา ความรู้ที่ได้เข้าอบรมเพิ่มเติมมา อาจเป็น ไปได้ว่า septic shocks  ผม เขียนใน progress note ว่า หากมีไข้ จะเข้าข่าย septic shocks
ต่อมา บ่ายสอง ผมเดินไปเยี่ยมคนไข้ที่ ward พบว่า อุณหมูมิ 38.5 องศา ความดัน 88/55 mm Hg ไม่พบผลตรวจ UA ไปห้อง lab พบ WBC ขึ้นสูง เภสัชกรอย่างผมแจ้งแพทย์ด่วน Red Code แล้ว แพทย์ให้สารน้ำแบบ load ปริมาณมากเปิดสองเส้น พร้อมให้ fortum injection แล้ว Refer คนป่วยรายนี้ รอดตายได้

และนี่คือตัวอย่างความรู้ที่เภสัชกร ต้องมี นั่นก็คือ
1 การประเมินโรค 2 การประเมินภาวะวิกฤตที่พบบ่อย 3 ยาที่ใช้ช่วยชีวิตผู้ป่วย 4 การซักประวัติตรวจร่างกาย
และทำให้ผมต้องไปอบรม กับ COP SOFT เรื่อง การประเมินผู้ป่วยสำหรับเภสัชกรครอบครัว
แล้วเจอกันที่ โรงแรมนารายณ์ สีลม ครับ 8-12 มิถุนายน 2558 เรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า เภสัชกรเก่งๆ ช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ครับ

วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

อนาคต เราจะเติบโตได้ด้วยงานปฐมภูมิ

ใช่แล้วครับ หากพวกเราเภสัชกร อยากจะเติบโตขึ้น


มีบทบาทวิชาชีพที่ชัดเจน เภสัชกร ต้องเปลี่ยนครับ


การออกชุมชน ออกไปพบเจอกับผู้ป่วย ประชาชน


คือเวที ที่เปิดโอกาสให้ เภสัชกร ได้แสดง ศักยภาพมากขึ้น


การที่เภสัชกร มัวหลบอยู่ในห้องยา มันไม่ใช่สิ่งที่ดีครับ


ถึงเวลาแล้วที่ เภสัชกร ต้องออกไปถึงชุมชน ไปเยี่ยมบ้าน


ไปสัมผัส ความทุกข์ ความยากของผู้ป่วย และ ประชาชนได้แล้ว


ออกจาก แผ่นกระดาษ และ งานเอกสารวิชาการ ต่างๆ ....


ไป ตามหา ความจริง จากประสบการณ์ การทำงานภาคสนาม


.......งานใหม่นี้ มี ชื่อว่า ....งานเภสัชกรรมปฐมภูมิ .....


........เป็นงานที่ เริ่ม จาก บุคคล ไป ครอบครัว........


........ *****แล้วต่อจากครอบครัว ไปชุมชน......


**งานพัฒนาระบบยาในสถานีอนามัย หรือ รพสต.**


******โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล****


*****ตอนนี้  พวกเรามี ชมรมแล้ว ครับ ....


*****ชมรมนี้มีชื่อว่า ชมรมเภสัชกรปฐมภูมิ และ




สมัครสมาชิก ชมรม คลิก https://www.facebook.com/groups/1021162341245200/


......สมาชิกรุ่นแรก ผ่านการอบรม FCPL มาแล้ว...


*****ณ บัด now พวกเราเกิดแล้วครับ*****


สวัสดี ชาวโลก กระผมเภสัชกรปฐมภูมิครับ ผม

วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2558

อย่า คิด ว่า เรามีเภสัชกร เพียงพอ

                    

                         

                  .

.

              จริงๆ แล้ว โรงพยาบาลส่วนใหญ่ ขาดแคลน เภสัชกร โดยเฉพาะ เภสัชกรที่ทำหน้าที่บริบาลผู้ป่วย  แบบว่า อัตรากำลังคนที่มีอยู่ แค่ให้งานบริการทั่วไป  + การอบรม ประชุม และ วันลา ก็แบบว่า ยังไม่พอเลย ตอนนี้ ผมเชื่อว่า หัวหน้าฝ่ายเภสัชกรรม ทุกที่ คงเข้าใจแล้ว ว่า จำนวนเภสัชกร มีไม่พอจะทำงานดีๆได้ งานที่โดดเด่นได้ ไม่ว่า จะเป็นงานบริบาลทางเภสัชกรรม งานเภสัชกรรมปฐมภูมิ งานเภสัชสนเทศ งานประกันคุณภาพระบบยา และ อื่นๆ อีกมากมาย เราอยากได้ เภสัชกรเป็น 2 เท่า ของปัจจุบัน เพื่อที่เรา จะทำงานอย่างมีคุณภาพได้ อย่างที่รู้ๆ กันอยู่คนไข้โรคเรื้อรัง มีปัญหาความร่วมมือในการใช้ยา  แต่เภสัชกร มีเวลาให้ผู้ป่วยแค่ คนละ 1 นาที เท่านั้น ดังนั้น ความขาดแคลน ด้านบุคคลากร จะเป็นตัวฉุดรั้ง ความก้าวหน้าของวิชาชีพเภสัชกรรมอย่างแน่นอน หรือ คุณว่ายังไง  เพื่อนๆ เขียวมะกอก ลองแสดงความเห็นกันมาน่ะครับ

วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2558

แนะนำ หลักสูตร น่าเรียน FCPL

แนะนำ หลักสูตร น่าเรียน FCPL
ประชาสัมพันธ์ FCPL รุ่่นที่ 2 เปิดรับคัดเลือกเภสัชกรเข้าอบรม
ภายใน 20 พ.ค.58 ติดต่อตัวแทนเขตคะ

ข้อกำหนด การฝึกอบรมในหลักสูตร 

Family and Community Pharmacist Practice Learning (FCPL)




1. คุณสมบัติของผู้เข้าอบรม ประกอบด้วย
1) มีประสบการณ์ในการทำงานด้านเภสัชกรรมปฐมภูมิ ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือ ผ่านหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง เช่น นจพบ, นพย, วคบท., เภสัชกรครอบครัว, เวชศาสตร์ครอบครัว, FPL, DHML 


2) มีความพร้อมที่จะพัฒนาตนเองเพื่อเป็นทีมพี่เลี้ยงในรุ่นต่อไป


3) สามารถที่จะเข้ารับการอบรมและทำงานส่งได้ตลอดหลักสูตร


2. องค์ประกอบผู้เข้าอบรม (34 คน)
1) กระบวนการคัดเลือกผู้เข้าอบรม: คัดเลือก โดยมอบหมายให้ชมรมเภสัชกรปฐมภูมิในแต่ละเขตเป็นผู้คัดเลือกผู้เข้าอบรมและจะต้องไม่ซ้ำจังหวัดกับ FCPL รุ่น 1
2) เภสัชกรโรงพยาบาล/ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. (26 คน) ส่งรายชื่อไม่เกินศุกร์ที่ 22 พ.ค.58 โดยกรอกข้อมูลตามแบบฟอร์มที่กำหนด และมอบหมายผู้แทนชมรมเภสัชกรปฐมภูมิ คัดเลือกเภสัชกรเข้าอบรมดังต่อไปนี้


• สปสช.เขต 1: ภญ.อรวรรณ
• สปสช.เขต 2: ภก.ดร.วีระพงษ์
• สปสช.เขต 3: ภญ.จันทกานต์
• สปสช.เขต 4: ภญ.ปราณิสา และ สปสช.เขต 4
• สปสช.เขต 5: สปสช.เขต
• สปสช.เชต 6: ภก.สายชล
• สปสช.เขต 7: ภญ.สุภาวดี
• สปสช.เขต 8: สปสช.เขต 8
• สปสช.เขต 9: ภญ.ดร. ภญ.ยุพาพรรณ
• สปสช.เขต 10


1) รพ.ปทุมราชวงศา ภญ.จันจรีย์ ดอกบัว เหตุผล ผ่านหลักสูตรหลายสถาบัน ประสบการณ์และผลการทำงานมีเป็นจำนวนมาก
2) ?
• สปสช.เขต 11: ภญ.ศิราณี
• สปสช.เขต 12: ภญ.ศุภธิดา
• สปสช.เขต 13: สปสช.เขต กทม.

3) เภสัชกรร้านยาคุณภาพ (3 ร้าน) คัดเลือกจาก ร้านยาที่ส่งผลงานเภสัชกรรมปฐมภูมิ
4) อาจารย์มหาวิทยาลัย
• มหาวิทลัยศิลปากร
• มหาวิทยาลัยบูรพา
• มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
• มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
มหาวิทยาลัยอุบล หรือ มหาวิทยาลัยพะเยา

3. การประชาสัมพันธ์
• ผ่านชมรมเภสัชกรปฐมภูมิ โดยแจ้งให้ติดต่อผู้แทนแต่ละเขต
• Web สภาเภสัชกรรม

4. ในกรณีที่ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกสละสิทธิ์ ผู้คัดเลือกจะเลือกโรงพยาบาลใหม่ และไม่ควรซ้ำจังหวัด

5. หลักฐานการสมัคร ประกอบการพิจารณาคัดเลือกการอบรม
1) งานเภสัชกรรมปฐมภูมิในความรับผิดชอบ
2) โครงการด้านปฐมภูมิที่อยากจะพัฒนา ในรูปแบบโครงการ หรือ one page presentationมีพื้นที่เป้าหมายแล้วหรือไม่ ถ้ามี โปรดระบุ
3) ข้อมูลพื้นฐาน ตามแบบฟอร์ม

6. ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม สภาเภสัชกรรมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมให้แก่ผู้เข้าอบรม ได้แก่ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหารระหว่างการอบรม ค่าเอกสารประกอบการอบรม

7. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1) ได้ครูพี่เลี้ยงงานเภสัชกรรมปฐมภูมิ ที่มีความรู้และทักษะในงานเภสัชกรรมปฐมภูมิ ในระดับบุคคล ครอบครัว และ ชุมชน ไม่น้อยกว่า 34 คน
2) ได้โครงการพัฒนางานเภสัชกรรมปฐมภูมิ ในระดับบุคคล ครอบครัว และ ชุมชน ไม่น้อยกว่า 34 โครงการ
3) ครูพี่เลี้ยงมีทักษะในการจัดกระบวนการเรียนรู้ งานเภสัชกรรมปฐมภูมิ ในระดับบุคคล ครอบครัว และ ชุมชน

วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เภสัชกร ต้องสื่อสารกับประชาชน ด่วนครับ

ทำไม เราต้อง สื่อสารกับ ประชาชนด้วย ครับ


ผม ขอตอบง่ายๆ เลยว่า หากเภสัชกร ไม่สื่อสาร


พ่อค้า แม่ค้า พวกหลอกขายของชาวบ้านจะทำ


และทำไปนานแล้ว ผ่านวิทยุชุมชน ขายตรง


เคเบิ้ลทีวี มี หลอกขายยา สมุนไพร อาหารเสริม


หลอกเงินชาวบ้าน ประจำ พวกเขาจะบอกว่า


ยา มันไม่ดี กินมากๆ ไตวาย อันตรายน่ะ




สมุนไพร น้ำผลไม้เรา มาจากธรรมชาติ


ดีมาก ได้ผล ปลอดภัย หายป่วย ลองดูสิ


ก็จะมีหน้าม้า มาเล่าให้ลูกค้าฟัง ว่าดีอย่างโน้น


ดีอย่างนี้  และนี่คือเหตุผล ที่เรา


เภสัชกร ต้องออกไปสื่อสารกับประชาชน


และต้องทำให้เร็ว และดี ด้วยครับ พี่น้อง


ตัวอย่าง สมุนไพร รักษาเบาหวาน ลงโฆษณา ผ่าน google ด้วย ผิดกฏหมายเต็มๆ



http://www.narahthailand.com/page.php?tokenWeb=MTE0ODQ=&pID=66299

วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2558

เภสัชกรโรงพยาบาล ทำอย่างไร ชาวบ้านจะรักและนับถือ

เภสัชกรโรงพยาบาล สามารถ ทำให้ ชาวบ้านรัก เคารพ และ นับถือได้ ครับ
ผมทำมันมาแล้ว และ จะมาเล่าต่อ ให้ทุกๆ คน ฟังว่าผมทำอย่างไร

วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2557

วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

คนไข้ไม่กินยา ความดัน เบาหวานสูง แพทย์สั่งยาเพิ่ม

คนไข้ไม่กินยา ความดัน เบาหวานสูง แพทย์สั่งยาเพิ่ม นี่มัน วงตรอุบาทชัดๆ

วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557

วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2557

อย่าให้คำแนะนำการใช้ยา แบบ กากๆ โง่ๆ ที่ใครๆก็อ่านเองได้

          

            เวลาจ่ายยาให้คนไข้เภสัชกรหลายคนมักพลาดบางจุดในการทำงาน คือว่าเภสัชกรหลายคนมักจะแนะนำการใช้ยาประมาณว่า แนะนำตามซองยา บอกวิธีกินยา ขื่อยาอะไรประมาณนี้ ทำให้คนไข้หลายคนเบื่อหน่ายที่จะมานั่งฟังอะไรธรรมดาๆ ที่ หาอ่านเอาจาก ฉลากยาก็ได้ แล้วเภสัชกร ควรทำอย่างไรดีละในการส่งมอบยาที่ดูประทับใจและมีความเป็นมืออาชีพมากกว่าเดิม ผมขอแนะนำแนวทางง่ายๆ อยู่ 4 ประเด็นก็คือ
  1. ใส่ใจ สนใจ ในตัวผู้ป่วย อย่างจริงจัง ด้วยความรู้สึกจากข้างใน
  2. ซักถามอาการ ประเมินภาวะโรค หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่จำเป็นเพิ่มเติมก่อนส่งมอบยา 
  3. หากจำเป็น อาจต้องตรวจร่างกายผู้ป่วยแบบง่าย ๆ เพื่อรับประกันความปลอดภัยให้ผู้ป่วย
  4. ให้คำแนะนำที่มีประโยชน์มากต่อผู้ป่วยในการใช้ยา หรือ รักษาโรค คำเตือนที่จำเป็น 
ยกตัวอย่าง

เคส bacterail tonsilitis
หากผู้มารับยาด้วย อาการเจ็บคอ เข้าข่าย bacterail tonsilitis เมื่อผู้ป่วยมารับยาเภสัชกร อาจซักอาการเพิ่มเติม เช่น เจ็บคอบ่อยไหม ไอไหม หรือเป็นหวัดไหม  หากจำเป็นอาจต้อง
ดูคอผู้ป่วยว่ามี ต่อมทอนซิลอักเป็นหนองหรือไม่  มีไข้ไหม ก็จะช่วยให้ จำแนกโรคได้ชัดเตนขึ้น
คำแนะนำ ที่พิเศษอาจจะอธิบายว่าทำไมต้องกินยาแม้จะหายเจ็บคอแล้วก็ตาม อาจจะอธิบายเรื่อง ภาวะแทรกซ้อน จากเชื้อ Streptococcus group A ว่าอาจเกิดไตอักเสบ  หรือ โรคหัวใจรูมาร์ติกตามมาได้ หากรับประทานยาไม่ครบ เป็นต้น

เคส asthma
หากเจอผู้ป่วยโรคหืด ผมจะไม่รีบสอนพ่นยา  แต่จะประเมินก่อนว่าเป็น total control หรือไม่ ความรุนแรงโรคขนาดไหน  หากผู้ป่วยอาการดีมาก จะให้พ่นยาให้เภสัชกรดู และผมจะอธิบายพยาธิสภาพของโรคหืดให้คนไข้ฟัง และเหตุผลในการใช้ยากลุ่ม controller แต่ในกรณี ที่ผู้ป่วยควบคุมโรคได้ไม่ดี ผมอาจซักประวัติหาโรคร่วมไม่ว่าจะเป็นไซนัสอักเสบ allergic rhinitis หรือแม่แต่ กรดไหลย้อน ที่ทำให้โรคหืดแย่ลง  และสุดท้ายที่สำคัญ คือเรื่อง drug compliance ตบท้าย

เคส cystitis
 อาจประเมินภาวะไข้ ของผู้ป่วย และซักอาการเพิ่มเติม แล้วอธิบายว่าโรค cystitis เกิด ได้อย่างไร อันตรายแค่ไหน ยาจะไปช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ปรโยชน์ ของการดื่มน้ำ และปัสสาวะบ่อยๆ  ภาวะแทรกซ้อน เช่น acute pyelonephritis การหลีกเลี่ยงการดื่มนม กรณีใช้ยากลุ่มฟลูออโนควิโนโลน

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เภสัชกรโรงพยาบาลวันนี้ เมื่อคนเราไม่พอ จริงๆ

          ที่อำเภออุบลรัตน์ มีประชากร 44,000 คน กับ เภสัชกร 3 คน หากแต่ละปี เภสัชกร แต่ละคนทำงาน 300 วัน วันละ 7 ชั่วโมง แสดงว่า จะมีเวลาทำงานของเภสัชกร ทั้งหมด คือ 6,300 ชั่วโมงเท่านั้น และนี่คือความจริงหาก จะให้เภสัชกรแสดงบทบาทวิชาชีพที่โดดเด่น  แต่อัตรากำลังน้อยแบบนี้ ของบอกคำเดียวว่า มารดามันเถอะ  การที่อัตรากำลังคนน้อย ทำให้งานบางอย่างที่สำคัญ ในการดูแลผู้ป่วยไม่สามารถทำได้เพราะคนไม่พอ เภสัชกรส่วนใหญ่จะ ทำงานเดิมๆ ที่ระบบทำมานาน จนเคยชินแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการจัดยา จ่ายยา หรือ สั่งซื้อยา และสุดท้ายคือการประชุม นิเทศงานต่างๆ หมดแล้วครับ แค่นี้  เวลาจะให้เภสัชกรไปแก้ปัญหาให้ผู้ป่วยเฉพาะรายคงไม่มีหรอกครับ






       แล้วตอนนี้ พวกเราทำงานกันอย่างไร  เอาแบบนี้ครับ งานช่วงเช้า เภสัชกรคนที่ 1 ทำหน้าที่จ่ายยา เภสัชกรคนที่ 2 ทำหน้าที่ check ยา  และ เภสัชกรคนที่ 3 จัดยาให้ผู้ป่วยใน   ส่วนงานช่วงบ่าย คนไข้ไม่หนาแน่นมาก   การจ่ายยาคนไข้นอก และคนไข้ในยังมีอยู่ และยังต้องการ เภสัชกรมา check ยาอยู่ ทำให้ เรามี เภสัชกรที่ว่างในช่วงบ่าย 3 ชั่วโมงต่อวัน ตรงนี้  หากไม่ติดประชุม เภสัชกรก็จะมีหน้าที่ออกใบสั่งซื้อ  ออกตรวจนิเทศ รพสต.  ออกปฏิบัติงานคุ้มครองผุ้บริโภค ทำงานสร้างความเข้มแข็งให้ระบบสุขภาพชุมชน  และ ออกเยี่ยมบ้านทางเภสัชกรรม ทำให้ไม่สามารถ จัดการงานต่างๆ ให้มีคุณภาพดีได้  แล้วเราจะทำอย่างไร กันทีนี้ ติดตามดูน่ะครับ 

วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เภสัชกร กับ งาน FAST TRACK Severe Sepsis

เภสัชกร กับ งาน FAST TRACK Severe Sepsis Shock





      ปกติไม่สนใจ พวกโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ  แต่เมื่อได้เข้าประชุม FAST TRACK Severe Sepsis Shock พบว่า แต่ละปี จังหวัดขอนแก่น มีคนตายเพราะเกิด Severe Sepsis Shock ปีละ 3000 คน โอ้พระเจ้า ยอร์ชมันแย่มาก หลักการดูแล Severe Sepsis ก็คือ ต้อง Dx ให้เร็ว ให้การรักษาด้วยยาที่เร็ว มีการเจาะ HaemoCulture และ การส่งต่ออย่างรวดเร็ว ในการ ประเมิน Severe Sepsis Shock นั้น เริ่มจาก

1 ประเมินว่าเข้าข่ายมีการติดเชื้อ เช่นไข้สูง หรือ ผล CBC
2 มีภาวะ shock หรือ hypoperfusion เกิดขึ้น

การรักษาด้วยการให้สารน้ำอย่างมากเพียงพอ ในทันที โดยให้ประมาณ 1500 มล. / 60 นาที
โดนอาจเลือกให้ NSS หรือ Lactate Ringer Solution แต่ถ้าผู้ป่วย HF or CKD
อาจให้สารน้ำเพียงแค่ 750 มล./ 60 นาทีก็พอ ต่อมาให้ antibiotics ตา่มเกณ์ภายใน
60 นาที และมีการเจาะ ไปพร้อมๆ HaemoCulture กัน  พร้อมทั้ง ให้ Dopamine หากความดันโลหิต
ไม่เพิ่มสูงขึ้น ในระยะปลอดภัย และ เตรียมส่งตัวไป รพศ.ขอนแก่น ภายใน 2 ชม.



บทบาทของเภสัชกร คือแนะนำเรื่องการใช้สารน้ำ antibiotics และ การใช้ Dopamine อย่างเหมาะสมและทันเวลาในผู้ป่วย Severe Sepsis Shock ทุกราย